เพาะเห็ด : ถ้าคุม pH (กรดด่าง) ไม่สำเร็จ ก็เป็นอันเสร็จทุกราย

pH หรือกรดด่างถือเป็น 1 ใน 5 Critical Factors ที่คนทำเห็ดทุกคนต้องเอาใจใส่ ถ้าละเลย หรือมองข้ามมันเมื่อไร โอกาสผิดพลาดถึงขั้นขาดทุนอาจมาเยือนฟาร์มของคุณได้ทุกเมื่อ ต่อไปนี้คือ Case Study ที่อยากให้คุณอ่าน เพราะจากประเด็น pH เพียงจุดเล็กๆ นำไปสู่การขาดทุนใหญ่โตได้อย่างไม่น่าเชื่อได้เหมือนกัน

การวัดกรดด่าง หรือ pH ในการเพาะเห็ดฟาง
คณวัฒน์ ธีรนิธิวัฒน์
คณวัฒน์ ธีรนิธิวัฒน์คนงานในสวนแห่งธรรมชาติ
 

 

สร้างฟาร์มเห็ดเงินล้าน
เรียนรู้การเพาะเห็ดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การทำแม่เชื้อ ก้อนเชื้อเห็ด การบ่มก้อน การเปิดดอก การสร้างโรงเรือน และที่พลาดไม่ได้เจาะลึกการออกแบบ Business Model ธุรกิจฟาร์มเห็ด และกลยุทธ์การตลาด เน้นปฏิบัติตลอด 2 วันเต็ม ลงทะเบียนครั้งเดียวกลับมาเรียนทบทวนได้ฟรีจนกว่าจะทำเป็น

อย่างที่เรารู้กันครับว่า "pH" หรือ "กรดด่าง" คือ 1 ใน 5 เสือด้านสภาพแวดล้อมที่คนเพาะเห็ดต้องดูแลเอาใจใส่ไม่แพ้ อุณหภูมิ ความชื้น แสง และอากาศ

แต่เชื่อไหมครับว่าฟาร์มเห็ดจำนวนหนึ่งขาดทุนคราวละหลายแสน ... ย้ำ...คราวละหลายแสน เพียงเพราะมองข้ามเรื่องเล็กๆเช่นเรื่อง "กรดด่าง" ไป

จะว่าไป งานอันดับแรกๆของคนทำเกษตรทุกคนควรทำก็คือ วัด pH ของดิน กับ น้ำ

ด้วยเหตุผลกลใดก็ยากจะคาดเดาว่าทำไมคนทำเกษตร (ไม่ใช่แค่คนทำเห็ด) ถึงไม่ค่อยสนใจ Critical Factor ตัวนี้สักเท่าไร

ผมมีตัวอย่างเล็กๆอยากจะเล่าให้ฟังครับ

ก่อนหน้านี้ "ฟาร์มเห็ดฟาง" แถวๆ นครนายก ชวนให้ผมแวะเข้าไปเที่ยว (จริงๆน่าจะออกแนวชวนไปช่วยแก้ปัญหาเสียมากกว่า ... ฮ่า)

ฟาร์มแห่งนี้เขาเพาะเห็ดฟางด้วยทะลายปาล์ม ขนาดใหญ่พอสมควรเลยครับ มีโรงเรือนเพาะเห็ดฟางอยู่เกือบๆ 20 โรงเรือนเลยทีเดียว

เคยส่งคนมาอบรมเพาะเห็ดฟางที่ไอฟาร์มอยู่ 2-3 ครั้งๆ ละ 2-3 คน

งงใช่ไหมครับว่าทำไมต้องส่งคนมาเรียนเยอะแยะขนาดนั้น

คนสอนๆไม่ดี คนเรียนเลยไม่เข้าใจ ต้องส่งคนหมุนมาเรียนอยู่เรื่อยๆ ?

เปล่าเลยครับ ตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ คนที่เจ้าของฟาร์มส่งมาเรียนๆจนเข้าใจ พอทำเป็นทำเก่ง ดันขอลาออกไปเปิดฟาร์มเองกันหมด

เจ้าของเงินก็เศร้าซิครับ

กลายเป็น Drama Comedy ตลกเศร้าเคล้าน้ำตากันไป

เจ้าของฟาร์มเป็น "นักธุรกิจระดับพันล้าน" อยู่สาย Entertainment ไม่มีเวลาลงมาเล่นเอง

คนงานเห็นโอกาสทางธุรกิจก็ตาลุกวาวอยากเป็น "เถ้าแก่" กันหมด

พอลาออกบ่อยๆเข้า ...ความต่อเนื่องไม่มี .. ความชำนาญก็ไม่เกิด .. ปัญหาต่างๆจึงตามมาหลอกหลอนอยู่เรื่อยๆ

ตอนผมเข้าไป คนงานชุดใหม่เพิ่งเข้ามาทำ งวดนี้ไปดึงเอาชาวบ้านที่พอมีประสบการณ์เพาะเห็ดฟางละแวกๆนั้นมาทำแทน

คนงานชุดนี้ไม่ได้เข้าอบรม (สงสัยคงเข็ด...ฮ่า)

เจ้าของฟาร์มเล่าให้ผมฟังต่อว่า 2-3 รอบแรกที่คนงานชุดนี้เข้ามาทำได้ผลผลิตออกมาระดับน่าพอใจเลย แต่หลังจากนั้นก็เริ่มเป๋ไปเป๋มา 3-4 รอบติดๆ

ทุนหายกำไรหด 

เสียหายรวมๆไม่ต่ำกว่า 6 กำปั้นเข้าไปแล้ว (ขนหน้าแข้งเจ้าของฟาร์มยังหลุดไปไม่ถึงครึ่งเส้น !!!)

เท่าที่พูดคุยกับคนทำงาน ผมคิดว่าปัญหาน่าจะมาจาก 2-3 เรื่อง

หนึ่ง

อบไอน้ำไม่ถึง คนงานชุดใหม่อบไอน้ำโรงเรือนอยู่แค่ 60 ºC เท่านั้น

สอง

ระบายอากาศในโรงเรือนไม่ค่อยดี และ

สาม

วัสดุหลัก คือ ทะลายปาล์มมีค่า pH เป็นด่างค่อนข้างสูง

 

ในบทความนี้ผมจะขอโฟกัสไปที่เรื่อง pH อย่างเดียวก่อนนะครับ

ปกติเห็ดฟางจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะกรดอ่อนๆ ค่า pH ที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 6.0-7.2 pH

ถ้าต่ำลงไปถึง 5.5 pH ก็ไม่ค่อยดี กรดมากไป

ถ้าวิ่งทะลุขึ้นไป 8 ไป 9 pH ด่างจัดไป ก็ไม่ดีอีก

ต้องจัดการให้อยู่ในช่วง 6.0-7.2 pH ให้ได้ครับ ยิ่งถ้าคุมให้อยู่ระหว่าง 6.0-6.5 pH ได้ จะแจ่มจรัสมากครับ

วันนั้นผมลองเอากระดาษ pH กับ แท่งวัดกรดด่างที่ติดอยู่ในรถไปวัด pH ในบ่อหมักทะลายปาล์ม

ที่นี่เขาหมักบ่อ ไม่ได้หมักบก

มีอยู่ด้วยกัน 2 บ่อใหญ่ๆ

ค่า pH ของทั้ง 2 บ่อวิ่งทะลุ 10 pH ไปอีก

จัดว่า "ด่างจัด" มากครับสำหรับเห็ดฟาง

ไล่ถามคนงานที่ดูแล เขาบอกเห็นเห็ดออกไม่ค่อยดีก็เลยใส่ปูนขาวเพิ่มเขาไปอีก 2-3 เท่าตัว

ผมชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าเป็น "โรคติดต่อ" ไหม ?

พอเห็ดออกไม่ดี คนงานในหลายๆฟาร์มมักจะแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปูนขาวเข้าไปดื้อๆเลย โดยเฉพาะกับคนงานที่ขาดความรู้พื้นฐาน เขามักคิดว่าปูนขาวเป็นแร่ธาตุวิเศษ แก้โน่นแก้เนี่ยได้

"ปูนขาว" คุณสมบัติเป็นด่างจัดมาก

13-14 pH นู้นเลยครับ

ใส่ลงไปเยอะๆ ก็เป็นอันตรายต่อเส้นใยเห็ดได้ครับ

ผมลองไปเอาทะลายปาล์ม Lot ใหม่ที่กำลังทยอยเอาลงจากรถสิบล้อมาวัดหาค่า pH ด้วย สุ่มมา 3 ทะลาย เอาไปแช่น้ำทิ้งไว้สักพัก ใกล้ๆ 1 ชั่วโมง

ผลที่ได้คือเป็นด่าง อยู่ระหว่าง 8.5-9.0 pH

ทะลายปาล์มที่เข้ามาเป็นด่างอยู่แล้ว คนงานยังจัดหนัก "ปูนขาว" เพิ่มกว่าปกติเข้าไปอีก งานนี้กลายเป็น "ซุปเปอร์ด่าง" (ไม่ใช่สุนัขนะครับ ..ฮ่า)

"ส่วนใหญ่" ทะลายปาล์มใหม่ๆ มักมีค่าเป็น "ด่าง" อยู่แล้วเพราะมีการใช้สารประกอบโซเดียมในการหีบน้ำมัน เมื่อเราหมักทิ้งไว้ก็จะปรับสภาพไปเป็น "กรด"

ผมใช้คำว่า "ส่วนใหญ่...มัก" แปลได้ว่า มันไม่ใช่ทุกครั้งที่วัดออกมาแล้วจะได้ค่าเป็นด่าง หรือค่าเป็นด่างเท่านี้ทุกครั้งเป๊ะๆ

ค่า pH จะไม่เท่ากันทุกครั้งหรอกครั้ง มันมี factor มากระทบหลายอย่าง

ต้องวัดด้วยตัวเอง อย่าเชื่อตัวเลข หรือข้อมูลใดๆ แม้แต่ตัวเลขที่ผมเขียนไว้

อย่าเอาตัวเลขไปใช้ แต่ให้เอาหลักการไปใช้นะครับ

Advertising
หนังสือทำธุรกิจเห็ดที่ขายดีที่สุด"50 กลยุทธ์เด็ดที่กำลังช่วยให้ฟาร์มเห็ดจำนวนมากสำเร็จจนร่ำรวยเงินล้าน" จาก "หนังสือพลิกฟาร์มเห็ดสู่ธุรกิจเงินล้าน" หนังสือขายดีระดับ Best Seller ในร้านหนังสือชั้นนำ เขียนโดย "คณวัฒน์ ธีรนิธิวัฒน์" ผู้ก่อตั้งไอฟาร์ม  

ดีที่สุด ต้องวัดค่า pH ทุกครั้ง ถ้าผลออกมา pH สูงเกินไป คือด่างจัด ก็เติม "ยิปซั่ม" ลงไปช่วยปรับเสียหน่อย ถ้าออกมาตรงข้าม กรดจัดเกินไป ก็เติม "ปูนขาว" ลงไปช่วยเสียหน่อย

ใส่มากน้อยเท่าไร ก็ดูจากค่า pH เอาครับ

ใน Case ของฟาร์มนี้ อันนี้ผมเดาเอานะครับ (เนื่องจากมีเวลาพูดคุยสั้นๆ) เห็ดออกไม่ดีน่าจะมาจากปัญหาการอบไอน้ำโรงเรือนไม่ได้เป็นหลัก เพราะผมสังเกตว่าพวกเห็ดขี้ม้าขึ้นเยอะมาก ทั้งๆที่ตัดใยไปได้ไม่นาน แต่คนงานจับจุดไม่ถูก ดันไปแก้ปัญหาด้วยการอัดปูนขาวลงไป ปัญหาเลยขยายวงกว้างไปใหญ่เลย

ผมอยากเสนอความคิดแบบนี้ครับ

1/

เวลาการเพาะเห็ดมีปัญหา อย่าเพิ่งไปยุ่งอะไรกับสูตรอาหารครับ โอกาสน้อยมากครับที่จะมีปัญหามาจากสูตรอาหาร ให้ไปดูที่ Process หลักๆ ก่อน ตัวอย่างเช่น ในการเพาะเห็ดฟาง ให้ไปไล่ดูที่การหมักอาหารเพาะ (มีเรื่องของ pH อยู่ในนี้เยอะเลย) การอบไอน้ำ การดูแลสภาพแวดล้อม หรือก้อนเชื้อ

2/

เรื่องสูตรอาหาร ต้องทำความเข้าใจให้ทะลุปรุโปร่งว่าแต่ละตัวทำหน้าที่อะไร สูตรเคมีคือะไร ใส่ไปทำไม ต้องใส่ตายตัวทุกครั้งไหม ถ้าไม่มีใช้ตัวอื่นทดแทนได้หรือไม่ ? It is a MUST ที่คนเพาะเห็ดต้องรู้ ห้ามท่องเป็นนกขุนแก้วนกขุนทอง ต้องปรับใช้ให้เป็น

เอาเข้าจริงๆ สูตรอาหารเพาะเห็ดต้องปรับให้สอดคล้องกับค่า pH เสียด้วยซ้ำไป

3/

พยายามวัดค่า 5 เสือสภาพแวดล้อม คือ อุณหภูมิ ความชื้น (ความชื้นสัมพัทธ์ + ความชื้นในวัสดุเพาะ) อากาศ แสง และ pH อย่างสม่ำเสมอ

ทำให้เป็น Standard Practice คือวัดทุกครั้ง วัดแล้วจนบันทึกเก็บเอาไว้ แม้ผลออกมาปกติอยู่ตลอด ก็ให้วัดต่อไป ทำให้ต่อเนื่อง ทำให้มันฝังอยู่ใน DNA ผมบอกได้เลย เมื่อไรเราเผลอไม่วัด ปล่อยเลยตามเลย มันจะเล่นเราตอนนั้นละครับ ผมเห็นบ่อยๆ บางคนวัดไป 7-8 รอบ ผลออกมาก็ปกติทุกครั้ง ชะล่าใจไม่วัดต่อ ครั้งที่ 9 เจอแจ๊กพ๊อต

กำไรจาก 7-8 รอบหายวับไปกับตา

ที่เขาบอกว่าเห็ดฟาง เป็นเห็ดปราบเซียน จริงๆ เห็ดไม่ได้ปราบหรอกครับ

เซียนนะปราบตัวเอง !!

เพราะเซียนไม่เคยวัดค่าอะไรเลย ทำงานบนความรู้สึกอย่างเดียว

อยากจะเป็น Smart Green Entrepreneur ต้องทำงานบน "ข้อมูล" นะครับ ไม่ใช่ความรู้สึกเพียวๆ

อุ๊บส์....ผมลืมข้อ 4/ ไปครับ ... อย่าลืมหาวิธีป้องกันคนงานลาออกด้วยนะครับ...(ฮ่า) !!!

 

Related: 5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับความเป็นกรดด่างหากไม่ต้องการให้เกิดข้อผิดพลาด

 

ชุดควบคุมอุณหภูมิและความชื่นโรงเพาะเห็ด
หนังสือสมุนไพรต้านหวัด ไม่ต้องพึ่งยา

Share Your Ideas

Latest Stories

Top Stories

Learning