3 ปัญหาความชื้นในก้อนเห็ดที่ฉุดกำไรฟาร์มเห็ดให้ดิ่งเหว

ทำก้อนเห็ดออกมาไม่ได้คุณภาพ มีปัญหาราและแบคทีเรียให้ตามแก้ไม่จบไม่สิ้น ผลผลิตดอกเห็ดไม่ได้ตามเป้าหมาย ส่วนหนึ่งมาจากความชื้นในก้อนเห็ด เป็นปัญหาเส้นผมบังภูเขาที่หลายคนทำพลาดจนนำไปสู่การขาดทุน

การวัดความชื้นในขี้เลื่อยเพาะเห็ด
คณวัฒน์ ธีรนิธิวัฒน์
คณวัฒน์ ธีรนิธิวัฒน์คนงานในสวนแห่งธรรมชาติ
 

 

สร้างฟาร์มเห็ดเงินล้าน
เรียนรู้การเพาะเห็ดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การทำแม่เชื้อ ก้อนเชื้อเห็ด การบ่มก้อน การเปิดดอก การสร้างโรงเรือน และที่พลาดไม่ได้เจาะลึกการออกแบบ Business Model ธุรกิจฟาร์มเห็ด และกลยุทธ์การตลาด เน้นปฏิบัติตลอด 2 วันเต็ม ลงทะเบียนครั้งเดียวกลับมาเรียนทบทวนได้ฟรีจนกว่าจะทำเป็น

จะผลิตก้อนเห็ดให้ได้คุณภาพ เราต้องเอาใจใส่ "ความชื้นในก้อนเห็ด" เป็นพิเศษครับ

ความชื้นในก้อนเห็ด ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Moist" ซึ่งเป็นคนละตัวกับความชื้นในโรงเรือน หรือ ความชื้นในอากาศ ตัวนั้นภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า "Relative Humidity"

ถ้าใครเคยซื้อเครื่องวัดความชื้นจาก "ไอฟาร์ม" ไปใช้ ลองสังเกตที่หน้าปัดดูครับ จะมีตัวอักษร RH แสดงอยู่

RH ตัวนี้ก็ย่อมาจาก Relative Humidity นั่นเองครับ

ความชื้นในก้อนเห็ด หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ความชื้นในขี้เลื่อย มีความสำคัญต่อคุณภาพของก้อนเห็ดค่อนข้างมากครับ

ผมจัดให้เป็น Critical Factor ตัวหนึ่งที่เดียวเลยครับ

จะ Critical มากน้อยขนาดไหน ลองตาม 2-3 ประเด็นต่อไปนี้กันดูครับ

1. เป็นสื่อในการนำความร้อน

ความชื้น หรือน้ำที่ผสมอยู่ในขี้เลื่อยจะทำหน้าที่เป็นสื่อในการนำความร้อนไปสู่ใจกลางก้อนเห็ด ทำให้ความร้อนจากไอน้ำในเตานึ่งก้อนแพร่กระจายไปได้ทั่วทั้งก้อน หากจุดไหนที่มีความชื้นต่ำ หรือแห้งเกินไป จุดนั้นมักจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดรา หรือแบคทีเรียที่เป็นปรปักษ์ต่อเส้นใยเห็ดได้

มีตัวอย่างจะเล่าให้ฟังครับ ผมเคยไปเยี่ยมฟาร์มเห็ดฟาร์มหนึ่งที่ภูเก็ต ตอนนี้เป็นฟาร์มค่อนข้างใหญ่แล้ว ช่วงที่ทำใหม่ๆฟาร์มนี้มีปัญหาเรื่องราขึ้นที่ก้อนเห็ดเป็นจำนวนมาก เจ้าของฟาร์มก็หาสาเหตุไม่เจอ ยืนยันว่าการนึ่งก้อนทำถูกต้องทุกขั้นทุกตอนตามที่เคยอบรมเพาะเห็ดกับไอฟาร์มมา วันที่ผมลงไปเยี่ยมเขากำลังให้คนงานซึ่งเป็นชาวต่างชาติผสมขี้เลื่อยอยู่พอดี ตอนนั้นเขายังไม่ได้ใช้เครื่องผสม พอผสมเสร็จ ผมเลยขอเข้าไปตรวจความชื้นดู ผลปรากฏว่าความชื้นที่วัดได้ในแต่ละจุดมีค่าต่างกันมาก ไม่สม่ำเสมอ บางจุดสูงเกินไป บางจุดก็ต่ำจนเกินไป

นี่ละครับคือต้นตอของปัญหาราต่างๆ คนงานต่างชาติบางทีเขาไม่เข้าใจหลักการ ไม่เข้าใจว่าหัวใจของแต่ละขั้นตอนคืออะไร แม้แต่ตัวเจ้าของฟาร์มเองบางทีก็เข้าใจคลาดเคลื่อน คิดว่าขั้นตอนการนึ่งก้อนเป็นเรื่องที่อยู่แค่ในเตา คุมอุณหภูมิให้อยู่ จับเวลาให้ได้ทุกอย่างก็จบ จริงๆมันต้องเริ่มตั้งแต่การหมักขี้เลื่อยและผสมขี้เลื่อยนั่นเลย

การนึ่งก้อนเห็ดให้ได้ก้อนที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ดูแค่เรื่องอุณหภูมิ ต้องดูเรื่องความชื้นในขี้เลื่อยควบคู่ไปด้วย

ความร้อนถึง แต่ความชื้นไม่ถึง เราก็ไปไม่ถึงฝันได้เหมือนกันนะครับ

Advertising
หนังสือทำธุรกิจเห็ดที่ขายดีที่สุด"50 กลยุทธ์เด็ดที่กำลังช่วยให้ฟาร์มเห็ดจำนวนมากสำเร็จจนร่ำรวยเงินล้าน" จาก "หนังสือพลิกฟาร์มเห็ดสู่ธุรกิจเงินล้าน" หนังสือขายดีระดับ Best Seller ในร้านหนังสือชั้นนำ เขียนโดย "คณวัฒน์ ธีรนิธิวัฒน์" ผู้ก่อตั้งไอฟาร์ม  

2. เห็ดแต่ละชนิดต้องการความชื้นแตกต่างกัน

เส้นใยเห็ดต้องการความชื้นหรือน้ำเพื่อการเจริญเติบโต แต่ไม่ต้องการอะไรมากมาย แค่ที่เราเติมไปตอนผสมขี้เลื่อยก็เพียงพอแล้ว

ไม่ต้องเติมเพิ่มลงไปเหมือนที่เรารดน้ำต้นไม้แล้วนะครับ

บางคนอาจแย้งว่า แล้วที่ตำราบอกให้ให้น้ำวันละ 4-6 รอบ หมายถึงอะไร ?

อันนั้นเขาเรียก Relative Humidity ไงครับ น้ำที่ให้ไปเพื่อไปเพิ่มความชื้นในอากาศ เราไม่ได้เติมน้ำลงไปในก้อนเห็ด ถ้าน้ำเข้าก้อนเห็ดเมื่อไร ก้อนเห็ดจะเสียหาย เกิดเชื้อราหรือเน่าได้

ที่เราต้องดูแลเรื่องความชื้นในอากาศที่อยู่ในโรงเห็ด ก็เพราะในดอกเห็ดมีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่ถึง 70-80 % ถ้าเมื่อไรความชื้นในอากาศต่ำ ดอกเห็ดจะคายน้ำออก ทำให้เห็ดดอกเล็ก หรือแห้งได้ ดอกที่ได้จะไม่สมบูรณ์

ขอตัดกลับมาที่ความชื้นในขี้เลื่อย

มีจุดหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเห็ดทุกชนิดต้องการความชื้นในวัสดุเพาะเท่ากันหมด จริงๆแล้วเส้นใยเห็ดแต่ละชนิดต้องการความชื้นที่แตกต่างกันครับ

เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางนวล และเห็ดขอน ความชื้นที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 65-70% ส่วนเห็ดหูหนูต้องการความชื้นสูงถึง 75-80%

ถ้าเห็ดหูหนูมีความชื้นเท่ากับเห็ดสกุลนางฟ้า เส้นใยจะเดินไม่ค่อยดีครับ

ดังนั้นเราต้องวัดความชื้นให้แม่นยำ และดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการของเห็ดแต่ละชนิด

ปกติฟาร์มเห็ดส่วนใหญ่จะใช้วิธีการความวัดความชื้นในขี้เลื่อยด้วยการสังเกตุสีของขี้เลื่อยควบคู่ไปกับการใช้มือกำเอา วิธีการคือเอาขี้เลื่อยมากำด้วยมือแล้วแบออก ถ้าขี้เลื่อยแตกละเอียดไม่จับเป็นก้อน แสดงว่าความชื้นต่ำเกินไป ถ้าแบออกมา แล้วแยกออกจากกันสองส่วนสามส่วนจะถือว่าใช้ได้ ความชื้นพอ

อันนี้เป็นวิธีที่ใช้กันมานาน ใช้ Body Sense ล้วนๆ

ถามว่าใช้ได้ไหม ? ก็ต้องตอบว่าได้ครับ แต่ก็ต้องมีประสบการณ์พอตัวครับ

ให้นักเพาะเห็ดมือใหม่ๆ ใช้มือแยกความชื้นระหว่าง 65-70% กับ 75-80% ให้ออก ยากเอาเรื่องอยู่นะครับ มีโอกาสเกิด Error สูงทีเดียวเลยครับ

อย่าว่าแต่มือใหม่เลยครับ บางทีฟาร์มเก๋าๆ ก็โดนเรื่องเล็กๆแบบนี้เล่นงานจนเสียหายกันคนละหลายกำปั้น

3. ความชื้นคายตัวอยู่ตลอดเวลา

ธรรมชาติของความชื้นจะมีการคายตัวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งวันไหนอากาศแห้ง ความชื้นก็จะคายตัวลดลง ถ้าเราใช้เวลาอัดก้อนนานเกินไป ความชื้นในขี้เลื่อยก็จะลดลงเรื่อยๆ

มิใช่แค่วัดค่าแล้วจบ ต้องดูแลรักษาค่าความชื้นให้อยู่ด้วยในระหว่างที่ทำก้อนเห็ดอีกด้วย ย้ำนะครับ อย่าลืมจุดนี้เด็ดขาด

วิธีป้องกันและแก้ไข

ปัญหาเรื่องนี้แก้ง่าย ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร

1. ผสมขี้เลื่อยและส่วนผสมอื่นๆให้เข้ากันให้ดี ความชื้นในแต่ละจุดควรใกล้เคียงกัน ถ้าใช้เครื่องผสมขี้เลื่อย งานก็จะไม่หนักมาก ประหยัดเวลา แถมไม่ต้องปวดหัวเรื่องแรงงานอีกด้วย แต่ต้องเปิดเครื่องให้ทำงานสัก 15 นาทีนะครับ ส่วนผสมต่างๆจะได้เข้ากันดี ไม่กระจุกตัวและไม่จับตัวเป็นก้อน

ถ้าไม่มีเครื่องผสม ก็ใช้อุปกรณ์ที่พอให้ได้ ดัดแปลงได้ทุกอย่าง แต่จะผสมให้เข้ากันได้ดี ก็อาจต้องใช้เวลาบ้าง

2. ตรวจวัดความชื้นด้วยเครื่องมือวัดความชื้นดีกว่าครับ จะใช้ควบคู่ไปกับการใช้มือกำแบบที่เคยทำมาก็ได้ เสร็จแล้วปรับความชื้นให้สอดคล้องกับความต้องการของเห็ดแต่ละชนิด แล้วพยายามรักษาความชื้นในกองขี้เลื่อยให้ดี ถ้าคนงานน้อยก็อย่าทำกองใหญ่มากเพราะจะทำงานไม่ทันความชื้น ไม่อย่างนั้นก็ต้องหาเครื่องอัดก้อนข้ามาช่วย และจะให้ดีหาผ้าใบมาคุมระหว่างการทำก้อนด้วยก็ได้

3. ทำขั้นตอนการวัดให้เป็น Standard Practice คือให้วัดทุกครั้ง บันทึกค่าทุกครั้ง แล้วให้คนวัดลงชื่อกำกับไว้ด้วยทุกครั้ง เวลาเกิดปัญหาจะได้ track ต้นตอของปัญหาได้

ถ้าไม่มี Standard Practice เวลาคนงานลาออก ปัญหามักตามมาแทบทุกฟาร์ม ต้องมานั่งสอนกันเยอะกว่าจะเข้าที่เข้าทาง

จะเพาะเห็ด หรือจะทำเกษตรใดๆก็ตามที เราต้องมี Standard Practice มี Procedure เป็นขั้นเป็นตอนที่ชัดเจนนะครับ

อย่าเอา "ความเป็นความตาย" ของธุรกิจของเราไปผูกกับ "ความรู้สึก" เด็ดขาด

เพียงเท่านี้ เราก็จะได้ก้อนเชื้อเห็ดที่มีคุณภาพ ผลผลิตดี กำไรงาม !!

 
หนังสือสมุนไพรต้านหวัด ไม่ต้องพึ่งยา

Share Your Ideas

Latest Stories

Top Stories

Learning